กราฟราคา forex

กราฟราคา (Chart) ในตลาด Forex คืออะไร?

111

กราฟราคา (Chart) ในตลาด Forex คืออะไร ? ในตลาด Forex มีความรู้มากมายที่รอให้เทรดเดอร์มือใหม่ได้เข้าไปศึกษาเพื่อที่จะสามารถทำกำไรจากมันได้ ซึ่งคามรู้เรื่องต่างๆในตลาด Forex เช่น คำศัพท์ Forex ก็เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ทุกๆคนนั้นต้องเรียนรู้เป็นอันดับแรกๆก่อนที่จะเข้ามาทำกำไรจากตลาดเงินนี้ได้ เพราะหากว่าคุณไม่มีความรู้เรื่องคำศัพท์ในตลาด Forex ก็คงจะทำให้คุณสับสนอย่างแน่นอน เพราะคุณจะไม่รู้เรื่องว่าสื่อการเรียนรู้ที่คุณกำลังศึกษาอยู่นั้นนั้นพูดเรื่องอะไรหรือสื่อถึงอะไรอยู่ในตลาด forex ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอามากๆหากว่าคุณไม่เข้าใจคำศัพท์ต่างๆจนทำให้การเรียนรู้ของคุณล่าช้า ซึ่งในบทคาวมนี้ผมมีคาวมรู้พื้นฐานและเป็นคำศัพท์ที่คุณจะต้องได้ใช้เป็นประจำอย่างแน่นอนนั่นก็คือ “กราฟราคา (chart)” ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในตลาด forex เพราะมันสามารถบ่งบอกความเป็นไปของตลาดช่วงเวลานั้นๆ และยังเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องใช้เพื่อวิเคราะห์ราคาในตลาด Forex แต่สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่นั้นอจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมจึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นความรู้ให้กับเทรดเดอร์ทุกๆคนนั้นได้นำความรู้นี้ไปใช้และฝึกฝนจนทำกำไรในตลาดเงินนี้ได้อย่างมั่นคง

กราฟราคา (Chart) คืออะไร?

“กราฟราคา (Chart)” คือ สิ่งที่สามารถบอกเราได้ว่าราคาของช่วงเวลานั้นๆว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายมากน้อยแค่นั้น ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นตลาด Forex หรือ ตลาด หุ้น ก็ต้องใช้กราฟราคาในการวิเคราะห์ด้วยกันทั้งสิ้น และกราฟราคายังสามารถบอก ราคาปิด, ราคาเปิด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ที่ชื่นชอบการวิเคราะห์ทางเทคนิคต้องการข้อมูลพวกนี้อยู่แล้ว และมีเทรดเดอร์หลายๆคนที่ใช้กราฟราคาในการวิเคราะห์อย่างเดียวโดยที่ไม่ใช้อินดิเคเตอร์เข้ามาช่วยเลย เพราะเชื่อว่ากราฟราคาได้สะท้อนทุกสิ่งทุกอย่างไว้หมดแล้ว

รูปแบบของกราฟราคา (Chart) มีอะไรบ้าง?

ในตลาด Forex จะมีรูปแบบกราฟราคาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งรูปแบบแต่ละอย่างก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป และจะมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่

1. Line Chart (กราฟลายเส้น)

“Line Chart (กราฟลายเส้น)” เป็นกราฟราคาที่จะแสดงราคาปิดเพียงอย่างเดียว และเป็นกราฟราคาที่ไม่มี ราคาเปิด, จุดสูงสุด, จุดต่ำสุด ให้ดู ซึ่งกราฟลายเส้นเป็นรูปแบบกราฟราคาที่เทรดเดอร์ส่วนใหญไม่นิยมใช้เเลย เพราะไม่สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของราคาได้เหมือนกราฟราคารูปแบบอื่นๆ

2. Bar Chart (กราฟแท่ง)

Line Chart

“Bar Chart (กราฟแท่ง)” เป็นรูปแบบกราฟราคาที่แสดงข้อมูลต่างๆค่อนข้างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น ราคาปิด, ราคาเปิด, จุดสูงสุด, จุดต่ำสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ในตลาด Forex ต้องการ เพราะสามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของราคาได้ว่าเป็นอย่างไร จึงเป็นรูปแบบกราฟราคาที่เป็นที่นิยมเหมือนกันในสมัยอดีต และในปัจจุบันก็ยังมีคนใช้กราฟราคารูปแบบนี้อยู่ไม่น้อย ซึ่งสามารถแยกลักษณะของกราฟราคาได้อีกด้วยว่าแท่งไหนเป็นขาขึ้นหรือขาลง เช่น ถ้า Bar Chart เป็นแท่งขาขึ้นจะมี “ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด” ถ้า Bar Chart เป็นแท่งขาลงจะมี “ราคาเปิดสูงกว่าราคาปิด”

3. Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน)

Candlestick Chart

“Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน)” เป็นกราฟแท่งเทียนที่เทรดเดอร์ทั่วโลกเลือกใช้ เพราะว่ามีข้อมูลทุกอย่างที่เทรดเดอร์ต้องการไม่ว่าจะเป็น ราคาปิด, ราคาเปิด, จุดสูงสุด, จุดต่ำสุด ซึ่งจะเหมือนกับ Bar Chart (กราฟแท่ง) ทุกอย่างยกเว้น กราฟแท่งเทียนจะมี เนื้อเทียน (Real Body) เพิ่มเข้ามาและเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่ามันสามารถบอกได้ว่ากราฟแท่งเทียนแท่งนั้นมีแรงซื้อหรือแรงขายมากน้อยขนาดไหน ซึ่งเทรดเดอร์ในตลาด Forex ส่วนใหญจะนำกราฟแท่งเทียนไปใช้ในการวิเคราะห์ในหลักการ Price Action, Chart Pattern หรือ Price Pattern และอื่นๆอีกมากมาย หรือนำมาใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ก็เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียวสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค

 

วิธีอ่านกราฟแท่งเทียน Forex

การอ่านกราฟแท่งเทียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากและสามารถทำได้โดยใช้ความจำเพียงเล็กน้อย หากว่าคุณใช้มันไปได้สักพักก็จะจำได้เองว่าตรงไหนของแท่งเทียนเรียกว่าอะไร ซึ่งผมจะนำรูปตัวอย่างที่มีบอกไว้หมดแล้วว่าตรงส่วนไหนของแท่งเทียนเรียกว่าอะไรหรือตรงไหนคือเนื้อเทียนประมาณนี้

กราฟแท่งเทียน

ซึ่งในรูปจะมีแท่งเทียนอยู่ 2 แท่ง ที่ประกอบไปด้วยข้อมูลต่างๆ ได้แก่ ราคาสูงสุด (High), ราคาปิด (Close), ราคาเปิด (Open), ราคาต่ำสุด (Low) ตัวเทียน (Real Body) ที่เหมือนกัน แค่แตกต่างกันตรงสีเท่านั้นเอง ส่วนความหมายของมันแต่ละจุดก็จะมีดังนี้

  • ราคาสูงสุด (High)       คือ จุดสูงสุดที่ราคาเคยไปถึง
  • ราคาปิด (Close)          คือ จุดที่ราคาปิด
  • ตัวเทียน (Real Body) คือ ช่วงราคาปิดและราคาเปิด
  • ราคาเปิด (Open)         คือ จุดที่ราเปิด
  • ราคาต่ำสุด (Low)        คือ จุดต่ำสุดที่ราคาเคยไปถึง

และที่กราฟราคามีสีที่แตกต่างกันก็เพราะว่า กราฟแท่งเทียนแท่งนั้นๆเป็นแท่งเทียนขาขึ้นหรือแท่งขาลงก็แล้วแต่เทรดเดอร์เป็นคนกำหนดว่าจะให้กราฟแท่งเทียนในสภาวะต่างๆเป็นสีอะไร ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ตามใจชอบใน โปรแกรม Matatrader และในตัวอย่างกราฟแท่งเทียนที่เป็นสีเขียวจะเรียกว่า “Bullish” ส่วนแท่งสีแดงจะเรียกกันว่า “Bearish” และมีความหมายดังนี้

“Bullish” หรือที่เรียกกันว่า ตลาดกระทิง จะต้องมี ราคาเปิดอยู่ต่ำกว่าราคาปิด

“Bearish” หรือที่เรียกว่า ตลาดหมี จะต้องมี ราคาเปิดอยู่สูงกว่าราคาปิด

และสิ่งสุดท้ายที่ทำให้กราฟแท่งเทียนนั้นเหนือกว่ากราฟราคารูปแบบอื่นก็คือ “เนื้อเทียน (Real Body)” ที่สามารถบอกได้ว่ากราฟแท่งเทียนแท่งนั้นมีแรงซื้อหรือแรงขายมากน้อยเพียงใด และบอกได้อีกว่ากราฟแท่งเทียนนั้นๆเป็นแท่งที่แข็งแรง เช่น ถ้าหากว่าแท่งเทียนแท่งนั้นมีเนื้อเทียนที่ยาวมากๆ ก็แสดงว่าแท่งเทียนนั้นๆมีความแข็งแรงมากไม่ว่าจะเป็นแท่งขาขึ้นหรือขาลง แต่ถ้ากราฟแท่งเทียนแท่งนั้นมีเนื้อเทียนที่ค่อนข้างน้อย ก็แสดงว่าตลากช่วงนั้นซบเซาหรือมีการซื้อขายที่น้อยมาก จึงทำให้ไม่มีการขยับของราคาหรือถ้ามีการขยับก็จะขยับค่อนข้างน้อย




error: Content is protected !!