ประเภทของเทรดเดอร์ Forex คุณเป็น Forex Trader ประเภทใด?

420

เทรดเดอร์ในตลาด Forex ส่วนใหญ่นั้นเป็นเทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค เนื่องจากว่าตลาด Forex เป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงมาก ราคามีการแกว่งตัวอย่างรุนแรงมากกว่าตลาดอื่นๆ และเทรดเดอร์ในตลาด Forex ล้วนเป็นเทรดเดอร์ที่เน้นการทำกำไรในระยะสั้น เน้นการเข้าซื้อขายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากเครื่องมือใดที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถที่จะวิเคราะห์กราฟได้อย่างรวดเร็ว “การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)” จึงเป็นคำตอบ แต่จริงๆแล้วเทรดเดอร์ในตลาด Forex นั้นมีอยู่ทั้งหมด 3 ประเภท หลักๆ คือ 1. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) 2. วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) 3. มั่ว,No Real Thinking Process

ประเภทของเทรดเดอร์ (Type Of Trader)

1. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นการวิเคราะห์ภาวะทางเศรษฐกิจ การเมืองและศึกษาผลประกอบการ เช่น อัตราการเติบโตในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังคาดคะเนแนวโน้มในอนาคตแล้วนำมาใช้วิเคราะห์ประเมินราคากับหลักทรัพย์นั้นๆ ว่าควรจะมีราคาเท่าไหร่ แต่การการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานไม่ค่อยได้รับความนิยมในตลาด Forex สักเท่าไหร่เนื่องจากว่า เทรดเดอร์ในตลาด Forex นั้น เน้นการซื้อขายที่รวดเร็ว เพราะตลาดมีความผันผวนสูงมาก การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคจึงตอบโจทย์ Forex Trader มากกว่า แต่ก็มีเทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยที่ใช้ข่าวในการวิเคราะห์กราฟราคา Forex จากเว็บไซต์ Forexfactory.com

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะเน้นไปที่การหา “มูลค่าที่แท้จริง”  มีขั้นตอนย่อยๆ มี 3 ขั้นตอนคือ

1.1. วิเคราะห์เศรษฐกิจ (Economic Analysis) วิเคราะห์เศรษฐกิจโดยเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต ทั้ง เศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลก

1.2. วิเคราะห์อุตสาหกรรม (Industry Analysis) วิเคราะห์อุตสาหกรรมเป็นการวิเคราะห์วงจรอุตสาหกรรม โดยวิเคราะห์จากสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม ตลอดจนอนาคตของอุตสาหกรรมว่าจะมีการเติบโตอย่างไร

1.3. วิเคราะห์บริษัท (Company Analysis) วิเคราะห์บริษัทเป็นตัวสุดท้ายในการวิเคราะห์ โดยจะเน้นวิเคราะห์ประเภทของบริษัทและประเภทของหลักทรัพย์ โดยจะวิเคราะห์ในเชิง คุณภาพ(Qualitative Analysis) และเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis)

ดังนั้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน จึงเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เน้นการซื้อขายแบบระยะปานกลางหรือระยะยาว

ข้อดี ของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานคือ มีข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงจำนวนมากและสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

ข้อเสีย ต้องใช้จำนวนข้อมูลค่อนข้างมากในการใช้วิเคราะห์ จึงทำให้มีสัญญาณในการซื้อขายค่อนข้างช้า จึงไม่ค่อยเหมาะกับตลาด Forex สักเท่าไหร่

 

2. การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)

การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เป็นหนึ่งในการวิเคราะห์ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ในตลาด Forex ใช้ในการวิเคราะห์กราฟราคา เนื่องจากว่าการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคคือการวิเคราะห์ด้วยค่าสถิติ พร้อมหลักการทางคณิตศาสตร์ อินดิเคเตอร์ในแต่ละตัวมีผลมาจากการคำนวณตามสูตรคณิตศาสตร์ทั้งสิน และทฤษฎีต่างๆเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคล้วนมาจากจิตวิทยา เช่น Price Action (พฤติกรรมราคา), Elliott Wave (อีเลียตเวฟ) หรือทฤษฎีของกราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีหลักการ สิ่งเหล่านี้เิกดขึ้นอย่างมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทำให้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคจึงได้รับความเชื่อถือ และใช้กันไปอย่างแพร่หลาย

การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีแนวคิดหลัก 3 ข้อคือ

1. ราคาจะเคลื่อนที่ไปตามแนวโน้มเดิม จนกระทั่งแนวโน้มเดิมนั้นหมดจริงๆ

2. ราคาของหุ้นจะบอกเหตุการณ์ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น คือข่าวสารต่างๆที่ออกมาจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของราคา เป็นเหมือนเงาตามตัวเลยทีเดียว

3. พฤติกรรมของราคาหุ้นจะเคลื่อนที่ตามแนวโน้มเดิมเป็นผลมาจากความกล้า ความกลัว ความผิดหวังของมนุษย์นั่นเอง เพราะความกล้า ความกลัว คามคาดหวังไม่ว่ายุคไหนต่อยุคไหน ความคิดนี้ก็ยังคงอยู่

ดังนั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิค ก็เปรียบเสมือนการวิเคราะห์จิตวิทยาของนักลงทุนในตลาดแล้วก็นำค่าสถิติและความน่าจะเป็นเข้ามาช่วยวิเคราะห์

สาเหตุที่การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคเป็นที่นิยม

  1. มีความแม่นยำในระดับหนึ่ง เพราะการวิเคราะห์ทางเทคนิคเปรียบเสมือนการวิเคราะห์จิตวิทยาคนในตลาด
  2. ไม่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากก่อนทำการเข้าซื้อขาย ทำให้สะดวกในการตัดสินใจ
  3. มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีหลักการที่เชื่อถือได้
  4. สามารถหาสัญญาณการเข้าซื้อที่รวดเร็ว

สิ่งจำเป็นสำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิคคือ 1. เรียนรู้และฝึกฝน 2. หยุดขาดทุน  3. ปกป้องกําไร 4. มีระเบียบวินัยในการลงทุน

 

3. มั่ว, นักพนัน

ผู้คนกลุ่มนี้บางครั้งเราเรียกว่านักพนัน สาเหตุให้ตลาด Forex มีผู้ที่ประสบความสำเร็จน้อยมาก เมื่อเทียบกับผู้คนทั้งหมดที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาด Forex หลายคนกลายเป็นนักพนันโดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าจริงๆ หากว่าเราเข้าใจตัวเองเราจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านพื้นฐานหรือวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคได้ดีแล้ว ไม่ต้องศึกษาอะไรมาก เน้นซื้อขายแค่ขึ้นกับลง วางเงินเยอะๆ หากต้องการกำไรมหาศาล ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับดวง ซื้อขายเสร็จไม่มีการ Stop Loss (จุดหยุดขาดทุน) หรือการ Take Profit (จุดทำกำไร) แบบนี้คือ “นักพนัน”

หรือเทรดเดอร์หลายคนอาจจะเป็นเทรดเดอร์ที่มีการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคหรือมีการวิเคราะห์ปัจจัยทางพื้นฐานอยู่แล้ว เมื่อเกิดอารมณ์โลภ โกรธ ขาดทุนแล้วอยากได้เงินคืน ทำให้ไม่มีสมาธิในการเทรด ทำให้ซื้อขาย Forex ตามใจชอบ ลืมระบบเทรด ลืมกฎของตนเอง ทำให้เทรดเดอร์เหล่านี้กลายเป็นนักพนันโดยที่เขาไม่รู้ตัว โดยส่วนใหญ่เทรดเดอร์เหล่านี้กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป




error: Content is protected !!