• โบรกเกอร์ยอดเยี่ยม ปี 2020

    # โบรกเกอร์  
    1 รีวิว โบรกเกอร์ exness 92%
  • แนวรับ (support) – แนวต้าน (Resistance) คืออะไร?

    แนวรับแนวต้าน

    แนวรับ (support)แนวต้าน (Resistance) คืออะไร ?  การทำกำไรในตลาดได้นั้นต้องอาศัยความรู้ค่อนข้างมากเพราะว่า ตลาด Forex นั้นขึ้นชื่อได้ว่าเป็นตลาดเงินที่มีความเสี่ยงที่สูงมาก ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณขาดทุนจนหมดตัวได้ภายในไม่กี่นาทีเลยก็เป็นได้ ดังนั้นความรู้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งหากคุณต้องการที่จะอยู่ทำกำไรในตลาดเงินนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบทความนี้ผมจะพาเทรดเดอร์ทุกๆท่านไปทำควมารู้จักกับความรู้พื้นฐานในตลาด Forex ที่มีความสำคัญอย่างมากนั่นก็คือ “แนวรับ-แนวต้าน” ที่เป็นสิ่งที่ทุกคนในตลาด Forex และในตลาดเงินอื่นต้องรู้จัก เพราะะว่าแนวรับและแนวต้านนั้นสามารถนำไปใช้วิเคราะห์สิ่งต่างๆได้อย่างมากมาย และเพื่อเป็นความรู้ให้กับเทรดเดอร์มือใหม่ผมจึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้คุณได้รู้ว่า แนวรับ-แนวต้านคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

    แนวรับ – แนวต้าน คืออะไร?

    “แนวรับ (support) – แนวต้าน (Resistance)” คือ บริเวณที่ราคาไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ ซึ่งบริเวณที่เป็น “แนวรับ” เกิดจากแรงขายเกิดอ่อนแรงลงในบริเวณนั้น และส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาจำนวนมากจนราคาไม่สามารถผ่านไปได้ และแนวรับจะต้องมีบริเวณหรือจุดที่ราคาไม่สามารถผ่านไปได้อย่างน้อย 2 จุด ส่วน “แนวรับ” นั้นเกิดจากแรงซื้อได้เกิดอ่อนแรงในบริเวณนั้น และทำให้มีแรงขายเข้ามาจำนวนมากจนราคาไม่สามารถผ่านบริเวณนั้นไปได้ และแนวต้านต้องมีบริเวรหรือจุดที่ราคาไม่สามารถผ่านไปได้อย่างน้อย 2 จุด เช่นเดียวกัน

    ซึ่งเทรดเดอร์จะเป็นคนกำหนดว่าบริเวณไหนเป็นแนวรับหรือแนวต้านด้วยการหาจุดที่ราคาไม่สามารถทะลุผ่านไปได้อย่างน้อย 2 จุด และทำการลากเส้น Trand Line ระหว่างจุดที่ว่านี้จนเกิดเป็นเส้นแนวรับและเส้นแนวต้าน ซึ่งลักษณะของแนวรับและแนวต้านของเทรดเดอร์แต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งจะเป็นไปตามที่เทรดเดอร์คนนั้นๆวิเคราะห์ไว้ และ เส้น Trend Line เพียงแค่เส้นเดียวก็สามารถเป็นได้ทั้งแนวรับหรือแนวต้านได้เช่นกัน และเนื่องจากเทรดเดอร์มือใหม่อาจจะงงว่า Trend Line (เทรนไลน์) คืออะไร? หัวข้อต่อไปผมจะพาเทรดเดอร์ทุกๆท่านไปรู้จักกับมันก่อนที่จะพาไปดูวิธีการลากเส้นแนวรับและเส้นแนวต้านด้วยเส้น Trend Line

    Trend Line (เทรนไลน์)

    ก่อนที่ผมจะพาคุณไปดูวิธีลากเส้น Trand Line ทั้งแนวรับ และ แนวต้าน ก็ให้คุณได้ทำความรู้จักกับแนวโน้ม (Trand) ก่อนว่ามันคืออะไร และในแนวโน้มแบบไหนควรจะลากเส้น Trand Line อย่างไร ซึ่งแนวโน้มคือสภาวะหรือการเคลื่อนที่ของกราฟราคาในตลาด Forex ว่าจะเคลื่อนที่ไปทางไหน แนวโน้มขาขึ้น (Up Trand), แนวโน้มขาลง (Down Trand), แนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง (Sideway) ซึ่ง 3 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะว่าแนวโน้มนั้นสามารถทำให้คุณคาดการณ์ได้ว่าราคาจะเป็นอย่างไรหรือเคลื่อนที่ไปทางไหน และยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเปิดปิดออเดอร์อีกด้วย ทีนี้ไปดูกันเลยว่าแนวโน้มทั้ง 3 นี้ เป็นอย่างไร

    1. แนวโน้มขาขึ้น (Up Trend)

    “แนวโน้มขาขึ้น” เป็นแนวโน้มที่มีรูปแบบหรือลักษณะที่กราฟราคามีการปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ  แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนั้นเป็นแนวโน้มขาขึ้นก็ให้สังเกตกราฟราคาว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นหรือไม่ หรือไม่ก็ดู จุดสูงสุด (High) และ จุดต่ำสุด (Low) ว่ามันเป็นอย่างไร ซึ่งถ้ามันเป็นแนวโน้มขาขึ้นวิธีสังเกตก็คือ

    • High ใหม่ ต้องสูงกว่า High เก่า
    • Low ใหม่ ต้องสูงกว่า Low เก่า

    สำหรับวิธีการลากเส้น Trand Line ในแนวโน้มขาขึ้น สามารทำได้โดย ลากเส้น Trand Line จาก “จุดต่ำสุดเก่า” ไปหา “จุดต่ำสุดใหม่” เป็นแนวเฉียงขึ้นไปอย่างน้อย 2 จุด

    2. แนวโน้มขาลง (Down Trend)

    “แนวโน้มขาลง” เป็นแนวโน้มที่มีรูปแบบหรือลักษณะที่กราฟราคามีการปรับตัวตำลงเรื่อยๆ  แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนั้นเป็นแนวโน้มขาลงก็ให้สังเกตกราฟราคาว่ามีการปรับตัวต่ำลงหรือไม่ หรือไม่ก็ดู จุดสูงสุด (High) และ จุดต่ำสุด (Low) ว่ามันเป็นอย่างไร ซึ่งวิธีสังเกตก็คือ

    • High ใหม่ ต้องต่ำกว่า High เก่า
    • Low ใหม่ ต้องต่ำกว่า Low เก่า

    สำหรับวิธีการลากเส้น Trand Line ในแนวโน้มขาลง สามารทำได้โดย ลากเส้น Trand Line จาก “จุดสูงสุดเก่า” ไปหา “จุดสูงสุดใหม่” เป็นแนวเฉียงลงมาอย่างน้อย 2 จุด

    3. แนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง (Sideway)

    “แนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง” หรือที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เรียกว่า “Sideway” เป็นแนวโน้มที่มีความผันผวนสูงและมีทิศทางไมชัดเจน ส่วนการสังเกต Sideway ก็ให้คุณดูว่ากราฟราคานั้นมี จุดสูงสุด (High) และ จุดต่ำสุด (Low) ที่ใกล้เคียงกันหรือไม่ เพราะว่าแนวโน้ม Sideway นี้จะมี

    • High ใหม่ และ High เก่า จะมีจุดสูงสุดที่ใกล้เคียงกัน
    • Low ใหม่ และ Low ใหม่ จะมีจุดต่ำสุดที่ใกล้เคียงกัน

    สำหรับวิธีการลากเส้น Trand Line ในแนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง Sideway สามารทำได้โดย ลากเส้น Trand Line จาก “จุดสูงสุดเก่า” ไปหา “จุดสูงสุดใหม่” เป็นเส้นแนวนอนที่เท่าๆกันอย่างน้อย 2 จุด ข้างบนจนกลายเป็น (เส้นแนวต้าน) และลากจาก “จุดต่ำสุดเก่า” ไปหา “จุดต่ำสุดใหม่”  เป็นเส้นแนวนอนที่เท่าๆกันอย่างน้อย 2 จุด เป็น (เส้นแนวรับ)

     

    เทรนด์ไลน์

    วิธีทำกำไรจากเส้น แนวรับ – แนวต้าน เบื้องต้น

    วิธีการทำกำไรจาก แนวรับ-แนวต้าน วิธีนี้ผมจะใช้แค่ เส้น Trand Line แนวรับ-แนวต้าน ในการทำกำไรเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีการใช้อินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆเข้ามาช่วยเลยแม้แต่น้อย และจะมีรูปแบบการทำกำไรอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ได้แก่ การทำกำไรด้วยการกลับตัวของราคาและการไปต่อของราคา

    ตัวอย่าง การไปต่อของราคาด้วยการ Breakout ทะลุเส้นแนวรับ-แนวต้าน

    ถ้ามีการ Breakout ทะลุเส้นแนวต้านขึ้นไป ก็ให้คุณคาดการณ์ว่าราคาอาจมีการไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น แต่ต้องรอให้กราฟราคานั้นจบแท่งเสียก่อน โดยกราฟราคาต้องอยู่เหนือเส้น Trand Line แนวต้านขึ้นไป แล้วค่อยเปิดออเดอร์ Buy

    ถ้ามีการ Breakout ทะลุเส้นแนวรับลงมา ก็ให้คุณคาดการณ์ว่าราคาอาจมีการไปต่อในแนวโน้มขาลง แต่ต้องรอให้กราฟราคานั้นจบแท่งเสียก่อน โดยกราฟราคาต้องอยู่เหนือเส้น Trand Line แนวรับลงมา แล้วค่อยเปิดออเดอร์ Sell

    แนวรับ แนวต้าน forex

    ตัวอย่าง การกลับตัวของราคาด้วยการ Breakout หลอก ที่เส้นแนวรับ-แนวต้าน

    เส้นแนวรับ-แนวต้าน ยังสามารถบอกถึงการกลับตัวของราคาได้เมื่อกราฟราคาได้มีการ Breakout ทะลุออกนอกเส้น แนวรับ-แนวต้าน ที่เหมือนกลับการไปต่อของราคา แต่การหาการกลับตัวของราคาที่เส้น แนวรับ-แนวต้าน ต้องรอให้ราคากลับเข้ามาภายในเส้นเหมือนเดิมก่อน และกราฟแท่งเทียนต้องจบแท่งแล้วเท่านั้นถึงจะเป็นการกลับตัวจริงๆ ซึ่งการทะลุออกนอกเส้น แนวรับ-แนวต้าน แล้วกลับเข้ามาแบบนี้เรียกว่าการ Breakout หลอก หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Breakout ไม่สำเร็จ ซึ่งใช้หาการกลับตัวของราคาได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว

    breakout forex

    error: Content is protected !!
    Skip to toolbar