• โบรกเกอร์ยอดเยี่ยม ปี 2020

    # โบรกเกอร์  
    1 รีวิว โบรกเกอร์ exness 92%
  • โบรกเกอร์ Forex คืออะไร ? เทรด Forex ทำไมต้องมีโบรกเกอร์ ?

    โบรกเกอร์ Forex

    โบรกเกอร์ Forex คืออะไร ? เทรด Forex ทำไมต้องมีโบรกเกอร์ ? การที่คุณจะเข้ามาทำกำไรในตลาด Forex ได้คุณต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องต่างๆในตลาด forex ก่อนถึงสามารถทำกำไรในตลาดเงินนี้ได้ เนื่องจากกราฟราคาในตลาด forex มีความผันผวนและแกว่งตัวอย่างรุนแรง ถ้าเทรดเดอรืมือใหม่ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจที่มากพอก็จะทำให้ขาดทุนอย่างมากในเวลาอันรวดเร็วและอาจจะทำให้ล้างพอร์ตได้เลยทีเดียว ดังนั้นการศึกษาเรียนรู้ข้อมุลพื้นฐานเรื่องต่างๆในตลาด Forex ก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่งหากว่าคุณต้องการมีรายได้จากตลาดเงินแห่งนี้ และในบทความนี้ผมมีความรู้พื้นฐานง่ายๆที่คุณต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้นั่นก็คือ “Broker (โบรกเกอร์) คืออะไร” ซึ่งมันเป็นเรื่องพื้นฐานในตลาด Forex ที่เทรดเดอร์มือใหม่ต้องรู้ว่ามันคืออะไร เพราะว่าก่อนที่คุณจะเข้ามาซื้อในตลาด Forex ได้คุณก็ต้องเปิดบัญชีกับ Broker (โบรกเกอร์) ก่อน แต่เทรดเดอร์หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมจึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นความรู้ให้กับเทรดเดอร์มือใหม่ได้นำความรู้เรื่องพวกนี้ไปใช้เป็นประโยชน์ต่อไป และได้รู้ว่า Broker (โบรกเกอร์) คืออะไรในตลาด forex

    Broker (โบรกเกอร์) คืออะไร?

    “Broker (โบรกเกอร์)” เป็นคนกลางระหว่างเทรดเดอร์รายย่อยกับศูนย์กลางของตลาด Forex หรืออธิบายแบบง่ายๆก็คือนายหน้านั่นเอง เนื่องจากเทรดเดอร์รายย่อยไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้โดยตรงไปยังศูนย์กลางได้ จึงจำเป็นที่เราต้องมีโบรกเกอร์เพื่อคอยทำหน้าที่รับส่งคำสั่งซื้อขายของเราไปยังศูนย์กลางของตลาด Forex ได้ ซึ่งรายได้ของ Broker (โบรกเกอร์) มาจากค่าบริการต่างๆที่ได้จากเทรดเดอร์ เช่น ค่าเสปรด และ ค่าคอมมิชชั่น จึงทำให้คำสั่งซื้อขายของคุณไม่มีความเกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์ 

    ประเภทของโบรกเกอร์

    Broker (โบรกเกอร์)ในตลาด Forex นั้นไม่ได้มีแค่อย่างเดียว เพราะว่ามันสามารถแบ่งได้อีก 2 ประเภท ได้แก่

    1. โบรกเกอร์แบบ Dealing Desk

    “Dealing Desk” เป็นโบรกเกอร์ที่เรียกกันว่า  (Market Maker) หรืออธิบายแบบง่ายๆก็คือ โบรกเกอร์ที่รับเป็นเจ้ามือเอง ซึ่งคำสั่งซื้อขายของเทรดเดอร์จะไม่ถูกส่งเข้าไปยังศูนย์กลางของตลาด Forex เพราะว่าโบรกเกอร์จะเก็บคำสั่งของเราไว้เอง 

    ตัวอย่าง

    สมมุติว่าสคุณได้เปิดออเดอร์ Buy คู่เงิน EUR/USD โบรกเกอร์ก็จะทำการจับคู่ออเดอร์ของคุณกับลูกค้าคนอื่นๆที่เปิดดอเดอร์ Buy ที่มีราคาเดียวกัน เวลาเดียวกัน และขนาด Lot Size ที่เท่าๆกันเป๊ะๆ แต่ถ้าเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างเช่น ไม่สามารถจับคู่ออเดอร์ของเรากับลูกค้าคนอื่นๆได้ โบรกเกอร์นั้นอาจจะต้องรับออเดอร์ของเราไว้เอง ซึ่งทุกๆออเดอร์จะส่งผลกับโบรกเกอร์ 

    ข้อดีและข้อเสียของโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk

    • ข้อดีของโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk ได้แก่ มีค่าบริการอาทิ เช่น ค่าเสปรด และ ค่าคอมมิชชั่น ที่ถูกมาก เพราะว่าโบรกเกอร์ประเภทนี้จะกำหนดอัตรา ค่าเสปรด และ ค่าคอมมิชชั่น ที่ค่อนข้างตายตัว ส่วนค่าบริการอื่นๆก็น้อยกว่าโบรกเกอร์ประเภทอื่นเช่นเดียวกัน
    • ข้อเสียของโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk ได้แก่ คำสั่งซื้อขายของเราไม่ได้ถูกส่งไปยังศูนย์กลางของตลาด Forex โดยตรง จึงทำให้โบรกเกอร์ประเภทนี้ล่าช้าและมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างน้อยมากเพราะต้องผ่าน Market Maker ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่โบรกเกอร์แบบ Dealing Desk จะมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างน้อยเพราะมีข่าวในทางลบมากนั่นเอง

    2. โบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk

    “No Dealing Desk” เป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงมาก เพราะว่าโบรกเกอร์ประเภทนี้จะรับคำสั่งซื้อขายจากเราไปยังตลาดส่วนกลางโดยตรงเท่านั้น และจะไม่มีการรับไว้เองเหมือนกับโบรกกเกอร์แบบ Dealing Desk หรือผ่าน Market Maker  แต่จะเป็นตัวกลางระหว่างเทรดเดอร์และ ศูนย์กลางของ Forex เท่านั้น ซึ่งรายได้ของโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk จะได้กำไรจาก ค่าเสปรด และ ค่าคอมมิชชั่น เท่านั้น จึงมีความปลอดภัยมากกว่าโบรกเกอร์ประเภทอื่นพอสมควร และยังแบ่งรูปแบบของโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk ได้อีก 2 ประเภท ได้แก่

    1. Straight Through Processing ( STP ) คือ การประมวลผลโดยตรง
    2. Electronic Communication Network + Straight Through Processing ( ECN + STP )

    คือ ระบบอัตโนมัติเพื่อเก็บคำสั่งซื้อขายที่ตรงกันและการประมวลผลโดยตรง

    ข้อดีและข้อเสียของโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk

    • ข้อดีของโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk ได้แก่ คำสั่งซื้อขายถูกส่งไปยังศูนย์กลางอย่างรวดเร็วและจะไม่มีการล่าช้าเลยถ้าไม่มีปัญหาอะไร และการเปิดปิดออเดอร์ของคุณจะทำได้โดยง่ายแบบไม่ติดขัดหรือเปิดปิดออเดอร์ไม่ได้ เพราะว่าโบรกเกอร์ประเภทนี้เป็นเพียงแค่ตัวกลางระหว่างเทรดเดอร์กับศูนย์กลางของตลาด Forex เท่านั้น จึงทำให้โบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk มีความปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถืออย่างมาก เพราะคำสั่งซื้อขายของเราถูกส่งเข้าศูนย์กลางตลาด Forex โดยตรง 
    • ข้อเสียของโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk ได้แก่ มี ค่าเสปรด และ ค่าคอมมิชชั่น ที่ค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk 

    สรุปเรื่อง Broker (โบรกเกอร์) คืออะไร?

    “Broker (โบรกเกอร์)” ก็คือ คนกลางหรือนายหน้าที่มีหน้าที่คอยรับคำสั่งสั่งซื้อขายของเทรดเดอร์ไปยังศูนย์กลางของตลาด Forex ซึ่งโบรกเกอร์ที่ทำแบบตรงไปตรงมาจะเรียกกว่า “No Dealing Desk” แต่ก็ยังมีเทรดเดอร์ที่ไม่ได้รับคำสั่งของเทรดเดอร์ไปยังศูนย์กลางของตลาด Forex ซึ่งเราจะเรียกโบรกเกอร์ประเภทนี้ว่า “Dealing Desk” จึงทำให้โบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk มีความน่าเชื่อถือมากเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแลกมาด้วย ค่าเสปรด และ ค่าคอมมิชชั่น ที่ค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk ซึ่งเทรดเดอร์หลายๆคนอาจจะมองว่าโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk นั้นมีความปลอดภัยน้อยและไม่มีความน่าเชื่อถือ แต่จริงๆแล้วในปัจจุบันโบรกเกอร์ประเภทนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยม เพราะว่าปัจจุบันโบรกเกอร์แบบ Dealing Desk มีการรับรองจากหน่วยงานจดทะเบียนโบรกเกอร์ระดับโลก จึงทำให้มีความปลอดภัยพอสมควร และยังมี ค่าเสปรด, ค่าคอมมิชชั่น และค่าบริการอื่นๆที่ถูกกว่าโบรกเกอร์แบบ No Dealing Desk ค่อนข้างมาก แถมยังมีโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้ร่วมอย่างไม่ขาดสาย แต่การที่คุณจะเลือกเปิดบัญชีซื้อขายกับโบรกเกอร์ประเภทไหนก็ควรที่จะศึกษาเงื่อนไขให้ละเอียด ซึ่งทางที่ดีก็ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับตัวเทรดเดอร์ด้วย

    error: Content is protected !!
    Skip to toolbar