Bullish Divergence และ Bearish Divergence คืออะไร? วิธีทำกำไร Forex

801

เทรดเดอร์ในตลาด Forex ส่วนใหญ่เป็นนักวิเคราะห์กราฟราคาด้วยปัจจัยทางเทคนิค และเทรดเดอร์ในตลาด Forex ที่วิเคราะห์กราฟด้วยปัจจัยทางเทคนิคนั้น จะนำเอาอินดิเคเตอร์ (Indicators) เข้ามาเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งการทำกำไรและการให้สัญญาณเข้าซื้อนั้นจะแตกต่างออกจากกันไปในแต่ละอินดิเคเตอร์ (Indicators) แต่มีสัญญาณการเข้าซื้อหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะถ้าหากว่าเกิดสัญญาณนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะวิเคราะห์ด้วยอินดิเคเตอร์ (Indicators) ตัวใด ก็สามารถเข้าซื้อด้วยสัญญาณเดียวกันนี้ได้ สัญญาณการเข้าซื้อตัวนั้นคือ “Divergence”

Divergence คืออะไร

Divergence คือการขัดแย้งกันระหว่างกราฟราคาและอินดิเคเตอร์ (Indicators) คือราคาเคลื่อนที่ไปยังทิศทางหนึ่ง อินดิเคเตอร์ (Indicators) เคลื่อนที่ไปยังทิศทางหนึ่ง หากพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือว่า ราคามีการเคลื่อนที่ไปยังทิศทางหนึ่ง ส่วนอินดิเคเตอร์ (Indicators) ได้เคลื่อนที่ไปยังอีกทิศทางหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับกราฟราคา

Divergence แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

Divergence ขาขึ้น (Bullish Divergence)

Divergence ขาขึ้น (Bullish Divergence) คือ Divergence ที่เกิดแล้วราคาจะมีการปรับตัวขึ้น โดยปกติแล้วหากพบว่ามี Divergence ขาขึ้น หรือ Bullish Divergence เกิดขึ้นมา เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเปิดออร์เดอร์ Buy ในทันที เพราะคาดการณ์ว่าราคากำลังจะมีการปรับตัวขึ้นในเร็วๆนี้

Divergence ขาลง (Bearish Divergence)

Divergence ขาลง (Bearish Divergence) คือ Divergence ที่เกิดแล้วราคาจะมีการปรับตัวลง โดยปกติแล้วหากพบว่ามี Divergence ขาลง หรือ Bearish Divergence เกิดขึ้นมา เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเปิดออร์เดอร์ Sell ในทันที เพราะคาดการณ์ว่าราคากำลังจะมีการปรับตัวลงในเร็วๆนี้

MACD Divergence

 

โดยอินดิเคเตอร์ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้ในการหา Divergence คือ Stochastic, RSI และ MACD และ Divergence เป็นสัญญาณซื้อขายที่ค่อนข้างแม่นยำ จึงเป็นที่ชื่อชอบของเทรดเดอร์หลายคน




error: Content is protected !!