Call Option Put Option

Call Option และ Put Option คืออะไร? ศัพท์น่ารู้ Option

162

Call Option และ Put Option คืออะไร? ศัพท์น่ารู้ Option ในบทความนี้ผมจะพาเทรดเดอร์ทุกๆท่านไปรู้จักกับคำศัพท์ง่ายๆที่อยู่ในตลาด Option ซึ่งก่อนที่ผมจะพาคุณไปรู้จักกับมันผมอยากให้คุณไปรู้ที่มาของมันก่อนว่ามันเป็นมาอย่างไร ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าตลาด Option นั้นไม่ใช่ตลาด Binary Option เนื่องจากเทรดดเดอร์มือใหม่คงสับสนอย่างแน่นอน เพราะคำมันอาจจะมี Option เหมือนกันจึงคิดว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆแล้วทั้งสองตลาดนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก จึงอยากให้เทรดเอร์มือใหม่ได้รู้ถึงความแตกต่างของ Option และ Binary Option ด้วยก่อนที่จะไปรู้คำศัพท์ของมัน ซึ่งเหมือนกับเทรดเดอร์มือใหม่หลายๆคนในตลาด Forex ที่ชอบเรียกโดยเหมารวมเลยว่าตลาด Forex กับตลาดหุ้นนั้นเป็นสิ่งเดียวกัน แต่ความจริงนั้นค่อนข้างแตกต่างกันแค่เหมือนใช้เงินลงทุนและใช้กราฟราคาวิเคราะห์เหมือนๆกัน ซึ่ง Forex นั้นจะเป็นการซื้อขายค่าเงิน ส่วนหุ้นนั้นจะเป็นซื้อขายหุ้นของบริษัท ซึ่ง Binary Option กับ ตลาด Option ก็เช่นเดียวกัน มันไม่ใช่สิ่งเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในบทความนี้คุณจะได้รู้ถึงความแตกต่างของมันอย่างแน่นอน และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคำศัพท์ของตลาด Option ที่สามารถทำให้คุณได้กำไรหรือขาดทุนเพียงแค่สัมผัสนั่นก็คือคำว่า “Call Option และ Put Option” ว่ามันคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

Option คืออะไร?

“Option” คือ สัญญาที่มีผู้ซื้อและผู้ขายที่ตกลงกัน 2 คน ซึ่งในสัญญานี้ต้องมีผู้ที่ต้องการซื้อและผู้ที่ต้องการขาย Option ซึ่งการซื้อขาย Option นั้นคือการซื้อขายทรัพย์สินต่างๆในอนาคตที่ผู้ซื้อกับผู้ขายเจรจากันไว้ตั้งแต่แรก และราคากับจำนวนในการซื้อขายก็จะเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ตามสัญญาที่ระบุไว้เช่นกัน แต่สิทธิของผูซื้อจะมีสิทธิตามสัญญามากกว่าผู้ขายสักเล็กน้อย ก็เพราะว่าผู้ซื้อนั้นมีสิทธิที่จะซื้อหรือไม่ซื้อ Option นั้นก็ได้ แต่ถ้าผู้ซื้ออยากใช้สิทธิที่จะซื้อผู้ขายก็ต้องยอมให้ผู้ซื้อใช้สิทธิได้ตามต้องการที่ระบุไว้ในสัญญาซึ่งการใช้สิทธิของ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. Call Option (คอลออปชั่น)

“Call Option” คือ สิ่งที่ผู้ขายยินยอมให้สิทธิแก่ผู้ที่ต้องการซื้อ ซึ่งผู้ซื้อมีสิทธิว่าเค้าจะเลือก “ซื้อ” หรือไม่ซื้อ Option ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนสินค้าที่ตกลงซื้อขายกันจะถูกกำหนดจำนวนและเวลาตามสัญญาที่ระบุไว้แต่แรก และ Option จะหมดอายุโดยอัตโนมัติหากผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิตามที่ตกลงกันไว้ แต่ถ้าผู้ซื้อต้องการใช้สิทธิที่จะซื้อ Option ผู้ขายก็ต้องยอม “ขาย” ตามสัญญาที่ระบุไว้

2. Put Option (พุทออปชั่น)

“Put Option” คือ  สิ่งที่ผู้ขายยินยอมให้สิทธิแก่ผู้ที่ต้องการซื้อ ซึ่งผู้ซื้อมีสิทธิว่าเค้าจะเลือก “ขาย” หรือไม่ขาย Option ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนสินค้าที่ตกลงซื้อขายกันจะถูกกำหนดจำนวนและเวลาตามสัญญาที่ระบุไว้แต่แรก และ Option จะหมดอายุโดยอัตโนมัติหากผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิตามที่ตกลงกันไว้ แต่ถ้าผู้ซื้อต้องการใช้สิทธิที่จะซื้อ Option ผู้ขายก็ต้องยอม “ซื้อ” ตามสัญญาที่ระบุไว้

 

ค่าพรีเมี่ยม (Premium) คืออะไร?

“ค่าพรีเมี่ยม (Premium)” คือ จำนวนเงินของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย Option ต้องจ่ายเพื่อมีสิทธิที่จะซื้อหรือมีสิทธิที่จะขาย Option และต้นทุนของผู้ซื้อ Option คือค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายไป และค่าพรีเมี่ยมที่ว่านี้ก็จะเป็นรายได้ของผู้ขายเช่นเดียวกัน ซึ่งสมารถแบ่งค่าพรีเมี่ยมเ็ย 2 ประเภท ได้แก่

1. Intrinsic Value (มูลค่าที่แท้จริง)

มูลค่าที่แท้จริงของ Option จะมีสถานะเป็น In The Money ทั้ง Call Option และ Put Option เมื่อมีผู้ที่ตัดสินใจใช้สิทธินั้นๆก็จะให้สิทธิมีมูลค่าเป็นผลบวก ซึ่ง Option ที่มีสถานะเป็น At The Money หรือ Out The Money จะมีมูลค่าที่แท้จริงเป็นศูนย์ หรือไม่มีมูลค่าที่แท้จริง

2. Time Value (มูลค่าตามเวลา)

มูลค่าตามเวลาเป็นส่วนต่างระหว่างค่าพรีเมี่ยมและมูลค่าที่แท้จริง เพราะว่ามูลค่าตามเวลานั้นเปรียบเหมือนกับการซื้อความหวัง ถ้าหากนักลงทุนที่ลุ้นตามเวลาให้ Option ที่เค้าถืออยู่นั้นมีกำไร และถ้าอยากให้ Option ที่ถืออยู่นั้นมีมูลค่าที่แท้จริงและมูลค่าตามเวลา Option ต้องมีสถานะเป็น In The Money ส่วน Option ที่มีมูลค่าตามเวลา จะเป็น Option ที่มีสถานะเป็น At The Money หรือ Out The Money

และทีนี้ผมจะพาเทรดเดอร์มือใหม่ไปรู้จักกับ Binary Option ว่ามันคืออะไร และมีความแตกต่างกับ Option อยา่งไรบ้างครับ

 

Binary Option คืออะไร?

Binary Option เป็นการเก็งกำไรโดยการเอากราฟจากราคาจริงมาเป็นตัวชี้วัด ซึ่งจะทำการซื้อขายหุ้นดังๆระดับโลก เช่น Nike, Microsoft, Google, Intel, Apple, Samsung, Amazon, Mcdonalds หรือแม้กระทั่งราคาในตลาด Forex ซึ่งมีการซื้อขายที่ค่อนข้างคล้ายกันที่ซื้อได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ Binary Option จะได้กำไรจากการที่เทรดเดอร์วิเคราะห์ว่าราคานั้นจะขึ้นหรือลงภายในเวลาที่กำหนด

ตัวอย่าง

ผมวิเคราะห์แล้วว่าหุ้นของ Nike จะมีการปรับตัวขึ้น จึงได้เปิดออเดอร์ Buy ด้วยเงินจำนวน 1 USD ที่กรอบเวลา 1 นาที ถ้าหากผมวิเคราะห์ถูกภายในเวลา 1 นาทีนี้ผมก็จะได้กำไรทั้งหมด 0.85 แต่ถ้าเกิดวิเคราะห์ผิดผมจะเสียเงินเต็มจำนวนที่ 100 บาท เพราะว่า ทางโบรกเกอร์ได้กำหนดอัตรากำไรและอัตราขาดทุนไว้ที่ 0.85 ต่อ หรือพูดง่ายๆก็คือค่าธรรมเนียมของโบรเกอร์นั่นเอง

และสุดท้ายเทรดเดอร์มือใหม่คงรู้ถึงความต่างระหว่าง Option และ Binary Option ว่ามันไม่มีความเหมือนกันเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดพลาดกันได้สำหรับเทรดเดอร์ที่พึ่งเข้ามาในตลาดเงินที่มีมากมายหลากหลายแบบนี้ และเมื่อคุณรู้แล้วว่ามันเป็นยังไงถ้าคุณไม่เข้าใจหรือแยกแยะเรื่องต่างๆในตลาดเงินนี้ คุณก็แค่กลับไปศึกษาหาข้อมูลความรู้เรื่องต่างๆที่คุณสนใจและฝึกฝนจนมีความรู้ความเข้าใจแค่นั้นเอง




error: Content is protected !!