Candlestick Chart

Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน) คืออะไร ? ความรู้พื้นฐานในตลาด Forex

317

Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน) คืออะไร ? ความรู้พื้นฐานในตลาด Forex ในปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่สนใจหารายได้ด้วยวิธีต่างๆที่นอกเหนือจากงานประจำ เนื่องจากทุกวันนี้ค่าครองชีพสูงขึ้นมากและเงินเดือนที่ได้จากงานประจำก็ไม่เพียงพออีกต่อไป จึงทำให้ผู้คนต่างพากันหางานเสริมต่างๆที่จะเข้ามาช่วยปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่ง Forex ก็เป็นหนึ่งในการหารายได้เสริมที่มีคนพูดถึงกันมากในปัจจุบัน จึงมีผู้คนมากมายที่ตัดสินใจเข้ามาหาความรู้ข้อมูลต่างๆในตลาด forex ว่ามันคืออะไรหรือสามารถสร้างรายได้จากมันได้อย่างไร ซึ่งตลาด Forex ก็คือ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ และเป็นตลาดเงินที่มีเงินหมุนเวียนต่อวันมากที่สุดในโลกเช่นกัน ส่วนการสร้างรายได้จากตลาดเงินนี้ก็จะทำการเก็งกำไรของสกุลเงินต่างๆ ด้วยการซื้อมาในราคาถูกแล้วขายเพื่อทำกำไรในราคาที่แพงกว่า ซึ่งเราจะใช้ “Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน)” ในการให้ข้อมูลต่างๆ แต่เทรดเดอร์มือใหม่อาจะยังไม่รู้ว่าแท่งสีแดงกับแท่งสีเขียวที่เคยเห็นนั้นคืออะไรหรือเรียกว่าอะไร ผมจึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นความรู้ให้กับเทรดเดอร์ทุกๆคนว่า Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน) คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้างในตลาด Forex

Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน) คืออะไร?

“Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน)” คือ กราฟราคารูปแบบหนึ่งในตลาด Forex ที่สามารถบ่งบอกได้ว่าในช่วงเวลานั้นมีแรงซื้อหรือแรงขายมากกว่ากันและข้อมูลต่างอีกมากมาย ซึ่งกราฟแท่งเทียนเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาด Forex เพราะสามารถให้ข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องการนำมาวิเคราะห์ ได้แก่ ราคาปิด, ราคาเปิด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด และสิ่งที่ทำให้กราฟแท่งเทียนมีความแตกต่างจากกราฟราคารูปแบบอื่นๆ เพราะว่ากราฟแท่งเทียนมี เนื้อเทียน (Real Body) ที่สามารถบ่งบอกได้ว่าแท่งเทียนแท่งนั้นมีแรงซื้อหรือแรงขายมากกว่ากัน ซึ่งจะแสดงออมาในรูปแบบสีของแท่งเทียนและตำแหน่ง ราคาปิด, ราคาเปิด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด ของแท่งเทียนแท่งนั้นๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเทรดเดอร์ Forex ในปัจจุบันจึงนิยมกราฟแท่งเทียนมากกว่ากราฟราคารูปแบบอื่นๆ

วิธีอ่านกราฟแท่งเทียน Forex

ในหัวข้อนี้ผมจะพาเทรดเดอร์มือใหม่ทุกๆท่านไปเรียนรู้ว่าการอ่านกราฟแท่งเทียนทำได้อย่างไร ซึ่ง กราฟแท่งเทียน Forex ประกอบไปด้วย 5 สิ่ง ได้แก่กราฟแท่งเทียน

  • ราคาสูงสุด  (High) คือจุดสูงสุดที่ราคาเคยไปถึง
  • ราคาปิด      (Close) คือจุดที่ราคาปิด
  • ตัวเทียน      (Real Body) คือช่วงราคาปิดและราคาเปิด
  • ราคาเปิด     (Open) คือจุดที่ราเปิด
  • ราคาต่ำสุด  (Low) คือจุดต่ำสุดที่ราคาเคยไปถึง

ส่วนสีของเนื้อเทียนสามารถบอกได้ว่ากราฟแท่งเทียนแท่งนั้นเป็น “แท่งขาขึ้น (Up Bar)” หรือ “แท่งขาลง (Down Bar)” ซึ่งแท่งสีเขียวเป็นกราฟแท่งเทียนขาขึ้น (Up Bar) จะมีลักษณะที่ ราคาเปิดอยู่ต่ำกว่าราคปิด หรือที่เรียกกันว่าแท่ง Bullish (ตลาดกระทิง) ส่วนแท่งที่สีแดงเป็นกราฟแท่งเทียนขาลง (Down Bar) ที่มีลักษณะ ราคาเปิดอยู่สูงกว่าราคาปิด หรือที่เรียกกันว่าแท่ง Bearish (ตลาดหมี) และถ้าคุณอยากรู้ว่าแท่งเทียนแท่งนั้นเป็นแท่งที่เป็นมีความแข็งแรงหรือมีแรงซื้อและแรงขายมากน้อยขนาดไหนก็มีวิธีดังนี้

  1. แท่งเทียนมีเนื้อเทียนที่ยาวมากๆ แสดงว่าแท่งเทียนแท่งนั้นมีแรงซื้อหรือแรงขายที่แข็งแรงมาก
  2. แท่งเทียนที่มีเนื้อเทียนสั้น แสดงว่าตลาดช่วงนั้นมีการซื้อขายที่ค่อนข้างน้อย จึงทำให้กราฟแท่งเทียนขยับตัวน้อยมาก
  3. แท่งเทียนมีลักษณะที่เป็นแท่งยาวๆและไม่มีไส้เทียนเลย หมายความว่าแท่งเทียนแท่งนั้นเป็น Bullish (ตลาดกระทิง) หรือ Bearish (ตลาดหมี) ที่แข็งแรงมาก

“Price Action” คือ รูปแบบของราคาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเราจะนำ Price Action มาวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนที่ของราคาในอนาคตว่าจะไปทิศทางไหน โดยจะใช้กราฟแท่งเทียนเป็นหลักในการวิเคราะห์ราคา เพราะว่ามีแนวคิดที่ว่าราคานั้นได้สะท้อนทุกอย่างไว้หมดแล้ว จึงนิยมใช้กราฟราคาเพียงอย่างเดียวและไม่ค่อยใช้เครื่องมืออย่างอื่นหรืออินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์สักเท่าไหร่สักเท่าไหร่ ซึ่งหลักการของ Price Action คล้ายๆกับ “ทฤษฎีดาว (Dow Theory)” ที่ได้ให้ความสนใจไปที่แนวโน้มของตลาดและการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์หมู่มาก (จิตวิทยาหมู่) ซึ่งจริงๆแล้ว Price Action นั้นสามารถนำไปวิเคราะห์ร่วมกับอินดิเคเตอร์ได้อย่างดี เพราะว่ามันจะช่วยให้การวิเคราะห์ของคุณมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น หรือไม่ก็นำมาวิเคราะห์ร่วมกับเส้น Trend Line แนวรับ-แนวต้าน หรือ Sideway ก็ใช้ได้ทั้งหมด ทีนี้เรามาดูตัวอย่างการใช้กราฟแท่งเทียน (Candle stick) หารูปแบบของ Price Action กันสักเล็กน้อย เช่น

แท่ง Up bar (Bullish bar)

รูปแบบแท่งเทียน Up bar คือ กราฟแท่งเทียนที่เป็นขาขึ้นหรือที่เรียกว่าแท่ง Bullish ซึ่งจะมีลักษณะกราฟของแท่งเทียนที่ทำ จุดสูงสุดใหม่และจุดต่ำสุดใหม่ ที่ต้องสูงกว่าแท่งก่อนหน้า และเป็นแท่งสีเขียวที่ราคาปิดต้องสูงกว่าราคาเปิดของแท่งก่อนหน้า แต่ในบางครั้งกราฟแท่งเทียน Up bar ก็อาจจะเป็นสีแดง และราคาปิดก็ปิดต่ำกว่าราคาเปิดด้วย แต่ถ้าจะให้นับว่าลักษณะที่ว่าเป็นแท่ง Up bar ละก็ กราฟแท่งสีแดงนี้ต้องอยู่เหนือแท่งก่อนหน้าขึ้นไป และต้องมีจุดสูงสุดใหม่และจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงขึ้นกว่าแท่งก่อนหน้าเช่นเดียวกัน

แท่ง Down bar (Bearish bar)

รูปแบบแท่งเทียน Down bar คือ กราฟแท่งเทียนที่เป็นขาลงหรือที่เรียกว่าแท่ง Bearish ซึ่งจะมีลักษณะของกราฟแท่งเทียนที่ทำ จุดสูงสุดใหม่และจุดต่ำสุดใหม่ ต่ำลงกว่าแท่งก่อนหน้าและเป็นแท่งสีแดงที่ราคาปิดต้องสูงกว่าราคาเปิดของแท่งก่อนหน้า แต่ในบางครั้งกราฟแท่งเทียน Down bar ก็อาจจะเป็นสีเขียวได้เช่นกัน และราคาปิดที่ปิดต่ำกว่าราคาเปิดอีกด้วย แต่ถ้าอยากรู้ว่าแท่งเทียนนี้เป็นแท่ง Down bar หรือเปล่าก็ให้สังเกตุที่ จุดสูงสุดใหม่และจุดต่ำสุดใหม่ ว่ามันต่ำลงกว่าแท่งก่อนหน้าหรือไม่

แท่ง Inside bar (Narrow range bar)

แท่ง Inside bar เป็นรูปแบบของกราฟราคาที่มีการบีบตัวแคบลง เนื่องจากราคานั้นยังไม่ได้เลือกทิศทางว่าจะไปทางไหน ซึ่งจะมีลักษณะที่กราฟแท่งเทียนที่มีราคาเปิดและราคาปิดที่ใกล้กัน และมีจุดสูงสุดใหม่ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า แต่ว่าจุดต่ำสุดใหม่ต้องสูงขึ้นกว่าแท่งก่อน และเมื่อฝั่งซื้อหรือฝั่งขายมีแรงมากกว่ากราฟราคาก็จะไปทางนั้นอย่างรุนแรง

แท่ง Outside bar (Mother bar)

แท่ง Outside bar (Mother bar) เป็นรูปแบบกราฟราคาที่ต่อจากแท่ง  Inside bar ซึ่งก็คือ ราคานั้นได้ฝั่งผู้ชนะแล้วหรือเป็นการไปต่อฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ซึ่งกราฟราคาจะไปฝั่งที่มีแรงซื้อหรือแรงขายที่มากกว่านั่นเอง และมีจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าแท่งก่อนหน้า และจุดต่ำสุดใหม่จะก็ต้องต่ำลงกว่าแท่งก่อนหน้าเช่นกัน




error: Content is protected !!