Elliott Wave คืออะไร

Elliott Wave คืออะไร? หนึ่งในทฤษฎีที่น่าสนใจในตลาด Forex

517

Elliott Wave คืออะไร ? หนึ่งในทฤษฎีที่น่าสนใจในตลาด Forex ตลาด Forex เป็นตลาดเงินที่มีความผันผวนสูงมาก เพราะว่าตลาด Forex เป็นตลาดเงินที่มีเงินหมุนเวียนต่อวันมากที่สุดในโลกและมากกว่าตลาดเงินทั่วโลกรวมกันเสียอีก ตลาด forex จึงเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดด้วยเช่นกัน ดังนั้นเทรดเดอร์ที่สนใจในตลาด Forex ก็ต้องหาข้อมูลความรู้ต่างๆเพื่อสามารถทำกำไรในตลาดเงินนี้ได้ ซึ่งเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ในตลาด Forex นั้นเป็นเทรดเดอร์ที่ชื่นชอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ที่ใช้เครื่องมือต่างๆมาช่วยให้คุณวิเคราะห์ราคาในตลาด Forex ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่วนเครื่องมือที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้ในตลาด Forex นั่นก็คือ Indicator (อินดิเคเตอร์), กราฟแท่งเทียน, Price Action ที่สามารถให้สัญญาณต่างๆที่รวดเร็วกว่าเทคนิคอื่นๆ ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีความสำคัญอย่างมากหากว่าคุณต้องการทำกำไรในตลาด Forex ได้ และในบทความนี้ผมจะพาเทรดเดอร์ทุกๆท่านไปรู้จักกับอีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัวนั่นก็คือ คลื่น Elliott Wave ซึ่งเทรดเดอร์มือใหม่อาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันคืออะไร ผมจึงอยากให้คุณได้รู้เพราะว่ามันเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยให้คุณทำกำไรในตลาด Forex ได้ และ ทฤษฎี Elliott Wave ยังเป็นเหมือนต้นแบบให้กับทฤษฎีการวิเคราะห์การเงินเรื่องอื่นๆอีกด้วย และเพื่อเป็นความรู้ให้กับเทรดเดอร์ทุกๆคนผมจึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาให้คุณทุๆคนได้รู้ว่า Elliott Wave คืออะไร และสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างไร 

Elliott Wave คืออะไร ?

“Elliott Wave” คือ พฤติกรรมหรืออารมณ์ของเทรดเดอร์เดอร์ในตลาดที่เกิดขึ้นซ้ำๆวนไป ซึ่งจะแสดงออกมาเป็นรูปแบบของกราฟราคา ที่เปรียบเสมือนกับอารมณ์ของนักลงทุน ที่มี Mr.RAPH NELSON ELLIOTT เป็นผู้คิดค้นทฤษฎีนี้

Elliott Wave นั้นมีรูปแบบที่เป็นคลื่นที่ใช้กราฟราคาเป็นตัวบ่งบอก เพราะมันคือรูปแบบที่เกิดขึ้นแบบซ้ำๆวนไป จึงมีคนนำทฤษฎีนี้มาใช้ในการวิเคราะห์กราฟราคาอย่างแพร่หลาย ซึ่ง Elliott Wave สามารถแบ่งคลื่นทั้งหมดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

1. คลื่นกระตุ้น (Impusion)

“คลื่นกระตุ้น (Impusion)” มีลักษณะเป็นคลื่นที่มีทั้งหมด 5 ลูกใหญ่ๆ ได้แก่ คลื่น 1-2-3-4-5 (ตามรูป)

ellliott wave

2. คลื่นพักตัว (Correction)

“คลื่นพักตัว (Correction)” ประกอบไปด้วยคลื่นทั้งหมด 3 ลูก ได้แก่ คลื่น A-B-C 

ในรูปคือสีที่บ่งบอกได้ว่าคลื่นลูกไหนสีอะไรที่เป็นคลื่นกระตุ้น (Impusion) 1-2-3-4-5 หรือ คลื่นลูกไหนสีอะไรเป็นคลื่นพักตัว (Correction) A-B-C เพื่อให้เทรดเดอร์มือใหม่ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และการนับคลื่นจะมีความซับซ้อนสักหน่อยในช่วงแรกๆ หากว่าคุณสนใจก็ให้อ่านบทความนี้หลายๆรอบซึ่งวิธีนับคลื่นมีดังนี้

ellliott wave

  • ให้คุณจำไว้ว่าเลข 1-2-3-4-5 คือ “คลื่นกระตุ้น (Impusion)” และตัวอักษร A-B-C คือ “คลื่นพักตัว (Correction)” ซึ่งจะต้องมีลักษณะที่มีคลื่นกระตุ้น 5 ลูกใหญ่ และมีคลื่นพักตัว 3 ลูกเล็ก
  • คลื่นลูกที่ 2 (เส้นสีเขียว) จะต้องไม่ลงมาถึงฐานหรือไม่ลงมาต่ำกว่าคลื่นลูกที่ 1 (เส้นสีแดง)
  • คลื่นลูกที่ 3 (เส้นสีชมพู) ต้องเป็นคลื่นที่ยาวกว่าคลื่นลูกที่ 1 (เส้นสีแดง) และคลื่นลูกที่ 5 (เส้นสีฟ้า)
  • คลื่นลูกที่ 4 (เส้นสีน้ำตาล) จะต้องไม่ลงมาถึงยอดหรือจุดสูงสุดของคลื่นลูกที่ 1 (เส้นสีแดง)
  • คลื่นลูกที่ 5 (เส้นสีฟ้า) ต้องขึ้นมาสูงกว่าจุดสูงสุดคลื่นลูกที่ 3 (เส้นสีชมพู)
  • จุดสูงสุดของคลื่นพักตัว B (เส้นสีเหลือง) จะต้องไม่ขึ้นมาถึงยอดหรือจุดสูงสุดของคลื่นลูกที่ 5 (เส้นสีฟ้า)
  • จุดต่ำสุดของคลื่นพักตัว C (เส้นสีดำ) จะต้องต่ำกว่าจุดสูงสุดของคลื่นพักตัว A (เส้นสีม่วง)

ข้อดี-ข้อเสีย ของ Elliott Wave

“Elliott Wave” นั้นมีประโยชน์มากมายเพราะมันสามารถช่วยให้คุณเห็นอารมณ์ของเทรดเดอร์ในตลาดว่าเป็นอย่างไร ซึ่งนั่นหมายถึงภาพรวมของผู้คนในตลาดทั้งหมด และพอเราเข้าใจแล้วว่า ณ ตอนนั้นมีภาพรวมเป็นแบบไหนก็นำมาใช้ร่วมในการวิเคราะห์ราคาได้เป็นอย่างดี และยิ่งคุณนำทฤษฎีนี้ไปใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆก็ยิ่งทำให้สัญญาณที่ได้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เพราะว่าตัว Elliott Wave แค่อย่างเดียวก็สามารถใช้เป็นสัญญาณเข้าซื้อขายที่ได้เปรียบที่มีความแม่นยำอยู่แล้ว ซึ่งความแม่นยำที่ว่าก็ต้องอยู่กับตัวผู้ใช้ด้วยว่ามีความชำนาญหรือความเข้าใจในการใช้ Elliott Wave ในการวิเคราะห์หรือไม่ เพราะถ้าหากว่าคุณมีความเข้าใจและใช้มันอย่างชำนาญแล้วก็จะทำให้คุณเข้าใจอารมณ์ของผู้คนในตลาดและทำให้คุณคาดการณ์กราฟราคาได้อย่างแม่นยำ และสามารถทำกำไรจากเทคนิคนี้ได้อย่างมั่นคงเลยทีเดียว 

ทีนี้ก็มาถึงข้อเสียที่เรียกได้ว่าทำให้เทรดเดอร์หลายๆคนนั้นไม่ถูกใจสิ่งนี้ เพราะว่า Elliott Wave มีความซับซ้อนค่อนข้างมากจึงทำให้ยากต่อความเข้าใจสักเล็กน้อย ซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ในระยะเวลานานกว่าจะเข้าใจ จึงทำให้ Elliott Wave ไม่ค่อยเป็นที่สนใจสักเท่าไหร่ในตลาด Forex แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้นสักทีเดียวเพราะว่าปัจจุบันมีอินดิเคเตอร์หลายๆตัวที่ช่วยให้เทรดเดอร์รู้ได้ว่าคลื่นไหนเป็น Elliott Wave เช่น RSI, MACD, AO, ADX ซึ่งมันเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆในการหาคลื่น Elliott Wave เพราะว่าเราไม่ต้องไปนั่งหาเองให้เสียเวลาว่าเป็นคลื่นลูกไหนถึงจะใช้การวิเคราะห์ด้วย Elliott Wave ได้ จึงทำให้ปัจจุบันมีเทรดเดอร์ได้ให้ความสนใจ ทฤษฎี Elliott Wave กันมากยิ่งขึ้น




error: Content is protected !!