Stop Loss และ Take Profit คืออะไร? พร้อมการตั้ง Stop Loss Forex ที่ถูกต้อง

404

เทรดเดอร์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาด Forex นั้น ต้องผ่านการฝึกฝน ศึกษาเล่าเรียน มาอย่างหนัก กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ แต่คีย์เวิร์ดหนึ่งที่ช่วยทำให้เขาประสบความสำเร็จหรือเข้าใกล้ความสำเร็จได้คือคำว่า Stop Loss (หยุดขาด) และ Take Profit (ทำกำไร) ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ถ้าต้องการประสบความสำเร็จนั้นขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด ดังนั้นในวันนี้ผมจะพาไปเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์คำว่า Stop Loss และ Take Profit คืออะไร? พร้อมขั้นตอนวิธีการตั้ง Stop Loss Forex ที่ถูกต้อง

Stop Loss คืออะไร

Stop Loss คือการหยุดขาดทุน หรือการปิดออร์เดอร์ทั้งๆที่ขาดทุน เมื่อราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

คววามสำคัญของ Stop Loss

Stop Loss มีไว้เพื่อรักษาพอร์ตลงทุนเอาไว้ ไม่ให้พอร์ตลงทุนเสียหายจนเกิดไป หากปล่อยออร์เดอร์ที่ขาดทุนเอาไว้ ปล่อยให้ราคาติดลบลากไปเรื่อยๆรับรองว่าสักวันหนึ่งพอร์ตลงทุนของคุณก็จะ Margin Call อย่างแน่นอน นั่นหมายถึงพอร์ตลงทุนของคุณจะกลายเป็น 0

ประเภทของ Stop Loss

1. Equity Stop

Equity Stop คือการหยุดขาดทุนตามเปอร์เซ็นต์ เช่น คุณมีทุนอยู่ 100$ หากออร์เดอร์ที่ถืออยู่ขาดทุน 10% ของจำนวนเงินทั้งหมด คุณจะทำการ Stop Loss หรือหยุดขาดทุนไปโดยทันที เป็นต้น วิธีการ Stop Loss ตามตัวอย่างนี้ เป็นการ Stop Loss แบบ Equity Stop เพราะเป็นการหยุดขาดทุนแบบเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากเทรดเดอร์คนใดสนใจการตั้ง Stop Loss แบบ Equity Stop ผมขอแนะนำว่าการตั้ง Stop Loss แบบนี้ไม่ค่อยจะแนะนำนัก เนื่องจากว่าการเปิดปิดออร์เดอร์แต่ละครั้ง เทรดเดอร์ต้องมีเหตุผลมากกว่าบอกกว่า ปิดออร์เดอร์เมื่อขาดทุนมากกว่า จำนวน X เปอร์เซ็นต์

2. Time Stop

Time Stop คือการหยุดขาดทุนตามเวลา เช่น คุณมีออร์เดอร์ที่เปิดไว้อยู่ และตอนนี้ก็เป็นวันศุกร์ แต่คุณไม่รู้ว่ากราฟราคาจะเป็นอย่างไรในวันที่ตลาดปิดวันเสาร์และอาทิตย์นี้ ทำให้คุณปิดออร์เดอร์ไปเพื่อความเสี่ยงจากการผันผวนของกราฟราคาในช่วงที่ตลาดปิดวันเสาร์และอาทิตย์นี้ เป็นต้น การหยุดขาดทุนในลักษณะนี้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้กันเป็นจำนวนมากในตลาด Forex และการหยุดขาดทุนในลักษะนี้เป็นการหยุดขาดทุนที่ผมอยากแนะนำ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในตอนที่คุณไม่มั่นใจกับกราฟราคา การหยุดขาดทุนแบบตามกาลเวลา เทรดเดอร์ในตลาด Forex มักจะนิยมใช้ในตอนก่อนนอน เพราะกลัวความผันผวนของตลาดในช่วงที่ไม่ได้อยู่เฝ้าและในช่วงคืนวันศุกร์ก่อนตลาดจะปิด

3. Market Conditions Stop

Market Conditions Stop คือการหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาดเป็นมีกฎการหยุดขาดทุนที่ไม่ตายตัว จะเปลี่ยนรูปแบบและเทคนิคการ Stop Loss ไปตามสภาวะตลาด เช่น ถ้าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เทรดเดอร์ก็จะตั้ง Stop Loss ไล่ตามราคาไปเรื่อยๆ หากราคาอยู่ในสภาวะตลาด Sideway เทรดเดอร์ก็จะตั้ง Stop Loss ไว้ที่แนวรับและแนวต้านของกราฟราคา หากราคาแกว่งตัวแรง อาจจะตั้ง Stop Loss ที่กว้างหน่อย หากราคาไม่มีการแกว่งตัวแรงอาจจะตั้ง Stop Loss แคบหน่อย เป็นต้น นี่คือการตั้ง Stop Loss แบบหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาดเป็นวิธีการตั้ง Stop Loss ที่ผมอยากแนะนำมากที่สุด อย่างที่ผมบอกว่าการเปิดปิดออร์เดอร์แต่ละครั้ง เทรดเดอร์ต้องมีเหตุผลและการ Stop Loss แบบหยุดขาดทุนตามสภาวะตลาดเป็นวิธีการตั้ง Stop Loss แบบมีเหตุผลที่สุดแล้ว

Take Profit คืออะไร

Take Profit คือการทำกำไร หรือการปิดออร์เดอร์เมื่อเป็นกำไร เมื่อราคาเคลื่อนที่ไปถึงเป้าหมาย นอกจากการทำกำไรเมื่อราคาไปถึงเป้าหมาย Take Profit คือการปกป้องกำไร เพื่อให้ออร์เดอร์ที่เป็นกำไรไม่กลายมาเป็นขาดทุน

ตัวอย่างเช่น

คุณซื้อหุ้นมาที่ราคา 100 บาท

เวลาผ่านไปราคาหุ้นขึ้นไปถึง 150 บาท แต่คุณยังไม่ตัดสินใจขาย เพราะคุณคิดว่าราคาน่าจะไปถึง 200 กว่าบาท

แต่ตอนนี้ราคาได้มีการปรับตัวลงมาที่ 120 คุณเชื่อว่าเดี่ยวราคามันก็ขึ้น

จนตอนนี้ราคาลงมาที่ 100 แต่คุณก็ยังเชื่อว่าเดี่ยวราคามันก็ขึ้น

จนสุดท้ายราคาได้มีการปรับตัวลงไปที่ 50 บาท ทำให้คุณต้อง Stop Loss เอาไว้ เพื่อไม่ให้เงินลงทุนเหลือ 0 บาท

เหตุการณ์ข้างบนนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งที่บอกว่า คุณต้องมีการรักษากำไรเอาไว้ด้วย แม้จากเหตุการณ์ตัวอย่างที่ผมได้อธิบายไปจะไม่ส่งผลร้ายต่อพอร์ตลงทุนของคุณมากจนเกินไปก็จริง แต่ผมเชื่อว่ามันส่งผลต่อจิตใจของคุณอย่างแน่นอน จะส่งผลต่อการเทรดครั้งต่อไปอย่างแน่นอน เช่น อาจจะลดความมั่นใจของคุณไม่กล้ารอให้ราคาไปถึง Take Protfit รีบขาย ทำให้ได้เป็นการขายที่ราคาถูกเกินไป เป็นต้น ดังนั้นการ Take Protfit ไม่ใช่เพียงแต่การทำกำไรเมื่อราคาไปถึงเป้าหมายเท่านั้น แต่รวมไปถึงการปกป้องกำไรที่เทรดเดอร์ควรจะได้รับด้วย




error: Content is protected !!